ข่าวฟุตบอล "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ผงาดคว้าแชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2010-11 หลังเอาชนะ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา
นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2554 บาร์เซโลน่า 3 : 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประตู : 1-0 เปโดร น.27,1-1 เวย์น รูนี่ย์ น.34,2-1 ลีโอเนล เมสซี่ น.55,3-1 ดาวิด บีย่า น.69
ไฮไลท์การทำประตูในเกมนี้
ครึ่งแรก
นาทีที่ 7 ไมเคิ่ล คาร์ริค โยนบอลเข้าไปให้ ชิชาริโต้ ได้ยิงในเขตโทษแต่ "เจ้าถั่วน้อย" ล้ำหน้าไปก่อน จังหวะถัดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ ฟาน เดอร์ ซาร์ โยนบอลจากหน้าประตูตัวเองให้ รูนี่ย์ ทิ้ง มาสเคราโน่ เข้าไปในเขตโทษแต่ บัลเดส วิ่งออกมาตัดบอลออกข้างได้ทัน
นาทีที่ 15 บาร์เซโลน่า เกือบได้ประตูขึ้นนำเร็วทันทีเมื่อ บีย่า ได้บอลทางขวาก่อนจะไหลให้ ชาบี เอร์นานเดซ โยนเข้าไปหน้าประตูให้ เปโดร โรดริเกซ สอดเข้ามาชาร์จแต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป
นาที 19 ชาบี เก็บบอลได้หน้าเขตโทษ ก่อนไหลมาให้ ดาบิด บีย่า สับไกยิงด้วยขวาหลุดโคนเสานิดเดียว
นาทีที่ 27 ชาบี เอร์นานเดซ ได้บอลตรงกลางของสนามก่อนพาบอลขึ้นมาหน้าเขตโทษก่อนจะแทงให้ เปโดร โรดริเกซ หลุดไปทางขวาของเขตโทษก่อนจะยิงเบียดเสาตุงตาข่ายให้ เจ้าบุญทุ่ม นำไปก่อน 1-0
นาที 33 รูนีย์ ทำชิ่งกับ ไมเคิล คาร์ริค จนหลุดขึ้นมาถึงหน้าเขตโทษ กองหน้าทีมชาติอังกฤษดีดบอลให้ ไรอัน กิ๊กส์ หลุดกับดักล้ำหน้ากรอบประตู เมื่อมองไม่เห็นช่องจึงไหลย้อนกลับมาให้ รูนีย์ วางเท้าแปเน้นๆบอลพุ่งผ่านมือ บิคตอร์ บัลเดส ตุงตาข่าย ทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตามตีเสมอ 1-1
นาทีที่ 43 บาร์เซโลน่าโคตรน่าจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนหมดครึ่งแรก จากจังหวะที่เมสซี่ลากบอลทะลุขึ้นไปตรงกลาง แล้วป้ายบอลต่อให้กับบีญ่าที่รู้งานจัดการตบเข้ากลางทันที หมายให้เมสซี่พุ่งเข้าชาร์จเพื่อประตูเหน่งๆ แต่เหมือนจะช้าไปเพียงแค่เสี้ยววิเท่านั้น ทำให้เข้าไม่ถึงบอลและพลาดโอกาสทองในครั้งนี้ไป
หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า เสมออยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1
ครึ่งหลัง
นาที 55 แชมป์ลีกกระทิงดุก็มาทำสกอร์ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จากจังหวะที่ ชาบี กับ อิเนียสตา เคาะบอลกันไปมาหน้าเขตโทษ ก่อนจ่ายให้ เมสซี จับแต่งบอลหนึ่งครั้งก่อนซัดด้วยขวาเต็มแรงหมดสิทธิ์ที่ ฟาน เดอร์ ซาร์ พุ่งปัดทัน
นาทีที่ 63 เมสซี่ ได้โอกาสพลิกบอลหลบ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ได้เข้าไปยิงด้วยซ้ายอีกครั้งแต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ ก็ยังล้มตัวเซฟไว้ได้ทัน
นาทีที่ 69 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งนานี่ ลงมาเล่นแทน ฟาบิโอ ดา ซิลวา แต่นาทีถัดมานานี่ ก็ทำเสียบอลในเขตโทษ และเป็น บีย่า ที่เก็บบอลได้ก่อนปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงามให้ เจ้าบุญทุ่มหนีห่างไปเป็น 3-1
นาทีที่ 76 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เหลือทางเลือกใดๆนอกจากต้องเดินหน้าลุยอย่างเดียวเท่านั้น จัดการส่งสโคลส์ลงไปเล่นแทนคาร์ริค ซึ่งเป็นการให้ตัวรุกไปเล่นแทนตัวรับกันเลยทีเดียว ต้องดูว่าจะยิงได้หรือโดนยิงเพิ่มกันแน่ด้วย
หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามเดินเกมบุกอย่างหนักแต่ก็ยังหาจังหวะเข้าไปลุ้นทำประตูไม่ได้เลย ส่วนบาร์เซโลน่า ก็ลงไปรอบแล้วรอสวนกลับแต่ก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม บาร์เซโลน่า ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 3-1 ครองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นสมัยที่ 4 และยังเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปีอีกด้วยพร้อมกับตำแหน่งดาวซัลโวของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ยิงได้ 12 ประตู
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
บาร์เซโลน่า : วิคตอร์ บัลเดส 6,เคราร์ด ปิเก้ 7.5,ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ 7,เอริค อบิดัล 6.5,ดาเนียล อัลเวส 7.5(ปูโยล - น.88),แซร์คิโอ้ บุสเก็ตส์ 7.5,อังเดรส อิเนสต้า 8,ชาบี้ 8,ดาวิด บีญ่า 8(เกอิต้า - น.86),ลีโอเนล เมสซี่ 8.5*,เปโดร 7.5(อเฟลลาย - น.90+2)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เอ็ด วิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 6,เนมันย่า วิดิช 6.5,ริโอ เฟอร์ดินานด์ 6,ปาทริซ เอฟร่า 5.5,ฟาบิโอ 6(นานี่ 6 น.69),ไรอัน กิ๊กส์ 6,ไมเคิ่ล คาร์ริค 5.5(สโคลส์ 6 น.77),ปาร์ค จี ซอง 6,อันโตนิโอ วาเลนเซีย 5.5,ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ 5,เวย์น รูนี่ย์ 7
|