ประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1000 ดวง จ.ตาก 19-22 พฤศจิกายน 2553
กำหนดการจัดงาน: วันที่ 19-22 พฤศจิกายน 2553
สถานที่จัดงาน: ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จังหวัดตาก
กิจกรรม:การประกวดกระทงสายชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯการจัดลอยพระประทีปของพระบรมวงศานุวงศ์ การจัดขบวนแห่กระทงพระราชทานและพระประทีปพระราชทาน การจัดตกแต่งประดับไฟบริเวณงาน การจัดแสดงแสง เสียง พลุ และดอกไม้ไฟ การจัดแสดงม่านน้ำ ชุด ตำนานกระทงสาย การจัดลอยกระทงที่ยาวที่สุดการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง และการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
++++
เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น ก็จะเข้าสู่เทศกาล “ลอยกระทง” ที่ถือว่าเป็นเทศกาลมีมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ด้วยความเชื่อที่ว่า การลอยกระทงนั้น เป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์ เป็นการบูชาพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์ และสุดท้ายเป็นการบูชาลอยพระพุทธบาท ซึ่งจะนิยมลอยกระทงในวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี เพราะเป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำจะขึ้นสูงและมีอากาศเย็น
ซึ่ง “การลอยกระทง” นั้น แต่ละภาค แต่ละจังหวัดก็จะมีการลอยที่แตกต่างกันออกไป อย่างที่กรุงเทพฯ บ้านเราก็จะมีการลอยกระทงที่ทำจากใบตอง ภาคเหนือก็จะมีการลอยโคมที่เราคุ้นหูกันว่า “ยี่เป็ง” แต่วันนี้เราจะขอหยิบเอาเทศกาลลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1000 ดวง ของจังหวัดตาก มาเล่าให้เพื่อน ๆ ได้ฟัง
สำหรับ “เทศกาลลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1000 ดวง” นั้น เป็นงานประเพณีที่นำหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้าน และงานศิลปวัฒนธรรม มาหล่อหลอมรวมกันจนเกิดเป็นประเพณีที่โดดเด่น และไม่เหมือนที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นกระทงที่ทำจากกะลามะพร้าว แทนที่จะทำจากใบตองหรือหยวกกล้วยเหมือนของภาคกลาง เหตุที่มีการนำกะลามะพร้าวมาทำกระทงนั้น ก็เพราะว่าคนที่จังหวัดตาก จะมีการนำมะพร้าวมาทำเป็นอาหารว่างที่เรียกว่า “เมี่ยง” ซึ่งจะนิยมรับประทานกันหลังอาหาร นอกจากนี้ก็ยังมีการทำจำหน่ายเป็นอาหารพื้นเมืองที่ถือได้ว่าเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของทางจังหวัดในขณะนี้
ครั้งเมื่อถึงคืนวันเพ็ญ เดือนสิบสอง (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ชาวบ้านจึงลองนำกะลาที่เหลือใช้มาทำเป็นกระทง โดยเอากะลามาขัดถูจนสะอาด ตกแต่งลวดลายให้สวยงาม ภายในกะลาใส่ด้ายดิบที่ฟั่นเป็นรู้ตีนกา และหล่อด้วยเทียนขี้ผึ้ง ซึ่งนำมาจากเทียนจำนำพรรษาที่พระสงฆ์จุดเพื่อทำพิธีสวดมนต์ในโบสถ์วิหารตอนกลางคืน หลังออกพรรษาชาวบ้านจะนำเทียนขี้ผึ้งเหล่านั้นมาหล่อใส่ในกะลา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่นำไปลอย
การลอยกระทงสายนี้จะเริ่มต้นด้วยการลอย “กระทงนำ” ซึ่งเป็นกระทงขนาดใหญ่ ประดับตกแต่งสวยงาม ซึ่งกระทงนำนี้ก่อนลอยต้องทำพิธีขอขมา เพื่อเป็นการบูชาพระแม่คงคา และพระพุทธเจ้า ตามด้วยกระทงที่ทำจากกะลา จำนวน 1000 ใบ แล้วปิดท้ายด้วย “กระทงปิดท้าย” ซึ่งมีลักษณะเหมือนกระทงนำ แต่มีขนาดเล็กกว่า เพื่อเป็นการบอกว่าการลอยกระทงสายนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ส่วนใครที่เคยไปชมการลอยกระทงสายมาแล้วนั้น คงจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า การลอยกระทงสายนั้น ต้องใช้เชือกผูกกระทงไว้ด้านล่างแน่นอน เพื่อให้กระทงลอยเป็นสาย แต่ทุกคนเดาผิด เพราะกระทงกะลานั้น ไม่ได้มีการผูกติดกันไว้แต่อย่างใด แต่สามารถที่จะลอยเป็นสายได้เอง
เพราะอะไรนะหรอ???
เหตุที่กระทงสามารถที่จะลอยเป็นสายได้ ก็เพราะว่า ที่ลำน้ำปิง บริเวณจังหวัดตากนั้น จะมีสันทรายอยู่ใต้น้ำ ทำให้เกิดเป็นร่องน้ำ เมื่อนำกระทงกะลาไปลอย ก็จะทำกระทงไหลไปตามร่องน้ำ ทำเกิดเป็นสาย ประกอบกับมีเพียงแสงสว่างจากกระทงกะลาทั้ง 1000 ใบ ในความมืด จึงทำให้กระทงสายนี้ดูสวยงามยิ่งนัก
แต่สิบปากว่า ก็ไม่เท่าตาเห็น...
ฉะนั้น ปีนี้ถ้าใครว่าง และสนใจอยากที่จะชมการลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง แล้วล่ะก็ ทางจังหวัดตากเค้ายินดีต้อนรับ ซึ่ง “ประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1000 ดวง” นั้น จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19-22 พฤศจิกายน ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จังหวัดตาก นอกจากการลอยกระทงสายแล้ว ยังมีขบวนแห่อัญเชิญพระประทีป ถ้วยพระราชทานฯ และขบวนแห่กระทงสายทุกสาย หน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช การแสดงลานวัฒนธรรม การแสดงน้ำพุเริงระบำกลางลำน้ำปิง การประกวดธิดากระทงสาย การจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ฯลฯ